ความหมายของเทศกาลฮารีรายอ ฮัจจิ

Dress

เทศกาล ฮารีรายอ คือวันสำคัญทางศาสนา เป็นเทศกาลแห่งความสุขของชาวมุสลิมทั่วโลกที่จะเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ติดกัน 4 วันเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติศาสนกิจ และแสดงความเอื้ออาทรต่อกัน ฮารีรายอ มีรากศัพท์มาจากคำว่า Hari Raya ในภาษามลายู โดยมุสลิมแถบ จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส จะออกเสียงเป็นภาษามลายูว่า “ฮารีรายอ” แต่มุสลิมในพื้นที่อื่นๆ ของภาคใต้ จะเรียกเทศกาลนี้ว่า “ฮารีรายา” หรือเรียกทับศัพท์ด้วยภาษาอาหรับว่า “วันอีด” (Eid) แปลว่า เทศกาลรื่นเริง

ฮารีรายอ ฮัจจิ คือเทศกาลเชือดสัตว์ชำระล้างจิตใจ

ฮารีรายอ ฮัจจิ หรือเรียกตามภาษามลายูว่า วันอีดิ้ลอัฎฮา ตรงกับช่วงเวลาที่มุสลิมทั่วโลกเดินทางไปทำฮัจญ์ หรือแสวงบุญ ณ นครมักกะห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ชาวไทยมุสลิมเรียกวันนี้ว่า ฮารีรายอ ฮัจจิ, วันรายาฮัจญี, วันรายอฮัจญี, วันอีดใหญ่ หรือ ฮารีรายากุรบาน สิ่งที่ต้องปฏิบัติในวันนี้คือทำ กุรบาน เป็นการเชือดสัตว์เพื่อการพลีทานเป็นแนวปฏิบัติมีที่มาหมายถึงการรำลึกยังการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ของนบีอิรอฮีม ศาสดาอีกท่านหนึ่งของศาสนาอิสลามผู้ซึ่งเคยถูกพระองค์ฮัลลอฮฺทดสอบจิตใจโดยการใช้ให้เชือดบุตรชายอันเป็นที่รัก

ประวัติเทศกาลฮารีรายอ ฮัจจิ

นบีอิบรอฮีมแต่งงานหลายปีแต่ยังไม่มีบุตรจึงได้วิงวอนขอต่อพระองค์ฮัลลอฮฺให้ประทานบุตรชาย ต่อมาเมื่อนางฮาญัรได้คลอดบุตรชายจึงตั้งชื่อว่า “อิสมาอีล” (ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งเป็นศาสดาของอิสลาม) ที่นบีอิบรอฮีมรักเหนือกว่าสิ่งใดๆ กระทั่งพระองค์ฮัลลอฮฺได้มีบัญชาใช้ให้นบีอิบรอฮีมเชือดบุตรชายเพื่อความพึ่งพอพระทัยของพระองค์ซึ่งเป็นบททดสอบทางจิตใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับนบีอบรอฮีม

อิสมาอีล บุตรชายไม่มีข้อข้องใจใดๆ ทั้งสิ้น กลับเห็นควรตามพระประสงค์ของอัลลอฮฺทั้งยังยินดีที่จะพลีตนสนองต่อพระบัญชา นบีอิบรอฮีมจึงพาบุตรชายออกเดินทางไกล เมื่อมาถึงสถานที่เชือดอิสมาอีลนอนลง นบีอิบรอฮีมกำลังจะวางคมมีดลงบนคอของบุตรชายตน ทันใดนั้นพระองค์ฮัลลอฮฺเห็นเจตนาดังกล่าว จึงตอบแทนความดีงามให้และกล่าวว่านี้เป็นเพียงบททดสอบพร้อมสั่งให้ท่านปล่อยตัวบุตรชายเป็นอิสระ ทั้งนี้ทรงได้ตอบแทนด้วยการเชือดแกะแทนการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ของท่าน

 

กุรบาน คือ การเชือดสัตว์ได้แก่ แพะ แกะ วัว หรืออูฐ เพื่อบูชายัญโดยการปาดคออย่างเร็วพร้อมกับการสวดมนต์แล้วนำไปแจกจ่าย โดยผู้จ่ายเงินซื้อสัตว์มาชำแหละจะได้รับเนื้อสัตว์จำนวน 1 ใน 3 อีกส่วนจะให้กับครอบครัว เพื่อน ที่เหลือให้กับคนยากไร้ผู้ด้อยโอกาสอันแสดงถึงความรักความเมตตา การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และย้ำเตือนให้มุสลิมระลึกถึงความยินดีของศาสดาอิสมาอีลที่ยอมถวายแม้กระทั่งเลือดเนื้อของตนแก่พระเจ้า