การแต่งกายมุสลิมหญิงและผู้ชายตามหลักศาสนา

Muslim-Dress

MuslimDress

การแต่งกายของทั้งหญิงและชายตามหลักศาสนาอิสลาม มีการกำหนดขึ้นเพื่อสิ่งสำคัญ คือ ปกปิดร่างกายให้มิดชิด โดยเฉพาะร่างกายของผู้หญิง การปกปิดจะทำไม่ทำให้ส่วนใดส่วนหนึ่งไปกระตุ้นอารมณ์ทางเพศของผู้ชาย จึงได้วางหลักเกณฑ์ ไว้ดังนี้

ผ้าคลุมฮิญาบสำหรับผู้หญิง

เป็นผ้าคลุมศีรษะของผู้หญิงมุสลิม ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งเป็นเครื่องแต่งกายที่หญิงชาวมุสลิมจะขาดไม่ได้ มีมากมายหลากสีสัน บางผืนมีการถักทอลวดลายสวยงามลงไป ชวนน่าสวมใส่ โดยการคลุมฮิญาบ โดยทั่วไปจะให้เปิดเผยแค่บริเวณใบหน้ากับฝ่ามือก็พอ แต่ถ้าเป็นการปิดที่เหลือแต่ลูกตาโผล่ออกมานั้น เป็นการปฏิบัติเพื่อป้องกันตนเองจากฟิตนะห์  เช่น ป้องกันไม่ให้ถูกแซวเชิงชู้สาว เป็นต้น นับเป็นการปฏิบัติตนที่ดีงาม

เสื้อผ้าของทั้งหญิงและชายชาวมุสลิม

ต้องแลดูสะอาด สะอ้าน มีความเรียบร้อย แลดูสวยงาม เหมาะสมกับการดำรงชีวิตอย่างสมถะ เรียบง่าย การเคร่งครัดศาสนา ไม่ได้แปลว่าต้องใส่เสื้อผ้าเก่าๆ โทรมๆ เท่านั้น อย่าแต่งกายให้คนอื่นเห็นเป็นเรื่องตลก ผู้หญิงสวมชุดกระโปรงยาว แขนเสื้อยาวถึงข้อมือ ผู้ชายก็ต้องแต่งตัวอย่างมิดชิด ใส่กางเกงขายาว ใส่เสื้อแขนยาว ส่วนเอกลักษณ์ในการแต่งกายของชายชาวมุสลิม คือ ผ้าโสร่ง กับหมวกกะปิเยาะ

หมวกกะปิเยาะ

ความเป็นมาของหมวกกะปิเยาะ คือเป็นสัญลักษณ์ของชาวอาหรับ ในประเทศมลายู อีกทั้งยังรวมถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี , ยะลา , นราธิวาส ของประเทศไทยอีกด้วย แต่ส่วนใหญ่นิยมสวมใส่ หมวกซอเกาะกันมากกว่า โดยหมวกกะปิเยาะเป็นหมวกที่มีลักษณะกลม สร้างมาจากการถักทอเป็นส่วนใหญ่ มุสลิมใส่ในขณะประกอบศาสนกิจ รวมทั้งใส่ในชีวิตประจำวัน ได้รับการสร้างสรรค์จากการนำผ้าหลายชนิดมาตัดเย็บซ้อนกัน 3 ชั้น บนหมวกจะมีลวดลายต่างๆ แลดูสวยงาม ส่วนหมวกซอเกาะ จะประกอบด้วย 2มุม มีความแข็งสามารถคลี่ออกได้ แต่ถ้าลองหุบเข้าก็จะกลายเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบนๆ ส่วนมากแล้วจะทำมาจากผ้ากำมะหยี่

ผ้าโสร่ง

โสร่ง เป็นผ้านุ่งชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการใช้ผ้าผืนเดียว เย็บชายทั้ง 2 ข้างเข้าด้วยกันทำออกมาเป็นลักษณะถุง โดยก็เป็นแบบเดียวกับผ้าถุงนั่นเอง โสร่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง สามารถใส่ได้ทั้งหญิงและชาย มักพบเห็นมากในหลายๆประเทศของเอเชีย โดยเฉพาะบริเวณเอเชียใต้ กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แน่นอนว่ารวมถึงประเทศไทยและประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงด้วย อีกทั้งยังรับความนิยมนำไปใช้ในหลายๆท้องถิ่นของหมู่เกาะ บริเวณแถบมหาสมุทรแปซิฟิก โดยที่แต่ละท้องถิ่นก็จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป แต่เราก็สามารถเรียกชื่อได้อย่างรวมๆว่า ผ้าโสร่ง